Home Fundamental สถิติ CPI สหรัฐฯ กดดัน EUR/USD อ่อนค่า

สถิติ CPI สหรัฐฯ กดดัน EUR/USD อ่อนค่า

80
0

ตามปกติแล้วสถิติเงินเฟ้อจะมีผลมากต่อนโยบายของธนาคารกลาง แต่ไม่ใช่สำหรับตัวเลข CPI เดือน ส.ค. ของสหรัฐฯ เนื่องจาก Fed มุ่งเน้นความสนใจไปที่ตัวเลขภาคแรงงานมากกว่า ทำให้การเปลี่ยนแปลงของสถิติเงินเฟ้อล่าสุดไม่มีอิทธิพลให้ Fed เปลี่ยนทิศทางนโยบายตามที่ประกาศไว้ในการประชุมประจำเดือน ก.ย.64

อย่างไรก็ดี การรายงานสถิติเงินเฟ้อวันนี้ก็ได้รับความสนใจ โดยพบว่ายังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 5.4% ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. แต่การขยายตัวที่ลดลงในครั้งนี้มีขนาดเพียง -0.1% ทั้งสำหรับเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน จึงไม่มีนัยสำคัญมากนัก  

ส่วนเมื่อวานดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นจากแนวรับ 92.50 มาอยู่ที่ 92.86 ซึ่งถือว่าขยายตัวไม่มาก และยังไม่มีแนวโน้มการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน แม้ในภาพรวมจะแข็งค่าต่อเงินสกุลเงินในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เช่น RUB, ZAR, INR และ MXN (ขณะที่บรรยากาศเศรษฐกิจจีนกลายเป็นปัจจัยกดดัน AUD ซึ่งอ่อนค่าต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว)

ดังนั้น คำถามสำคัญหลังจากนี้ คือ ตลาดจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ? หากพิจารณาจากการแสดงจุดยืนของ Fed ที่เปิดกว้างต่อระดับเงินเฟ้อ โดยกำหนดเพดานไว้ถึง 6% สำหรับการทบทวนให้ยกเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายภายในเดือน ก.ย. ส่วนในทางตรงข้ามถ้าสถิติออกมาต่ำกว่า 5% เดือน ธ.ค. Fed ก็จะดำเนินการแบบเดียวกัน เพราะเป้าหมายหลักของ Fed คือสถิติภาคแรงงานซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ส่วนการขยายตัวของเงินเฟ้อระยะสั้นอยู่ในอันดับรองลงมา โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ที่ห่วงโซ่อุปทานยังมีปัญหาสภาพคล่อง

จากปัจจัยข้างต้นจึงสรุปได้ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อไม่น่าจะมีอิทธิพลต่อความคาดหวังของตลาดในระยะนี้ แต่ข้อมูลที่จะอยู่ในความสนใจต่อไป คือ สถิติภาคค้าปลีกสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (16 ก.ย.64) โดยในวันนี้พบว่า EUR/USD มีปริมาณเทขายมาก หลังจากที่เมื่อวานอ่อนค่าลงต่ำกว่า 1.1770 อย่างไรก็ตาม ถ้าตัวเลขดัชนี CPI ที่ออกมามีโอกาสจะทำให้ Fed ทบทวนนโยบายได้ คู่ EUR/USD ก็อาจมีโอกาสปรับฐานกลับขึ้นมาถึง 1.175 แล้วสิ้นสุดวงจร downward correction

ติดตาม Blog Tickmill Thailand ได้ที่ https://www.tickmill.com/th/blog/