Home Courses บทที่ 5 : การซื้อ-ขาย FOREX ทำอย่างไร

บทที่ 5 : การซื้อ-ขาย FOREX ทำอย่างไร

266
0

เราสามารถทำกำไรจาก Forex ก็ด้วยส่วนต่างของค่าเงินตอนที่เราซื้อมา (Long) กับตอนที่ขายออกไป (Short) ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นและขาลง … ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น : ถ้าประเมินแล้วว่าเงินสกุลที่สนใจจะแข็งค่าขึ้นในอนาคต …เราสามารถยืมเงินจากโบรคเกอร์เพื่อนำไปซื้อเงินสกุลนั้น (เรียกว่า Long หรือ Buy) ที่ราคา “Ask price”…จนกระทั่งเงินแข็งค่าขึ้นจากเดิม เราก็จะขายออกไป (เรียกว่า Short หรือ Sell) ในราคา “Bid price”

… เช่น ตอนนี้ EUR/USD = 1.1015 แล้วต่อมาแข็งค่าขึ้นถึง 1.1050

ถ้าเรายืมเงินโบรคเกอร์เพื่อไป Long EUR/USD จำนวน 100,000 หน่วย … ก็จะได้กำไรจากตอน Short เท่ากับ

(1.1015×1,000,000) – (1.1050×1,000,000) = 350$ (ยังไม่หักต้นทุน)

ช่วงที่ตลาดเป็นขาลง : ในทางตรงข้าม ถ้าประเมินว่าเงินสกุลที่สนใจจะอ่อนค่าลงในอนาคต … เราก็สามารถยืมเงินสกุลนั้นจากโบรคเกอร์ เพื่อนำไปขาย (Short) ตอนที่ราคายังสูงอยู่ …จนกระทั่งเมื่อเงินอ่อนค่าลงแล้ว เราก็จะซื้อ (Long) กลับมาคืนให้โบรคเกอร์ในจำนวนเดิม แต่เพราะเราได้ซื้อในราคาที่ถูกลง จึงทำให้ได้กำไรจากส่วนต่าง

… เช่น ตอนนี้ EUR/USD = 1.1050 แล้วต่อมาอ่อนค่าลงถึง 1.1015

ถ้าเรายืม EUR/USD จากโบรคเกอร์เพื่อ Short ออกไปจำนวน 100,000 หน่วย ก็จะได้กำไรจากตอน Long กลับมาคืนโบรคเกอร์เท่ากับ

(1.1050×1,000,000) – (1.1015×1,000,000) = 350$ (ยังไม่หักต้นทุน)

ทั้งนี้ การซื้อ-ขายคู่เงิน จะทำโดยผ่านโปรแกรมเทรด เช่น MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งจะจับคู่คำสั่ง Long – Short ที่ราคา Bid price – Ask price ณ เวลาที่ผู้เทรดคลิกส่งคำสั่ง (โดยราคาจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ) … และราคา Bid-Ask ที่ผู้เทรดเห็น ก็คือราคาที่มีการบวกค่า Spread เพิ่มมาแล้ว จึงทำให้โบรคเกอร์ Forex ส่วนใหญ่ มักจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือโฆษณาว่าไม่มี Commission … ซึ่งสภาพการแข่งขันที่สูงระหว่างโบรคเกอร์เจ้าต่างๆ ก็ทำให้โบรคเกอร์แต่ละแห่งมักจะกำหนดค่า Spread ไว้ต่ำใกล้เคียงกัน

(อ่านต่อที่ บทที่ 6 : Pip และ Point)