Home Courses บทที่ 16 รูปแบบกราฟราคาที่บ่งบอกแนวโน้มสำคัญ (Price Action/Chart Patterns)

บทที่ 16 รูปแบบกราฟราคาที่บ่งบอกแนวโน้มสำคัญ (Price Action/Chart Patterns)

227
0

            เราสามารถพยากรณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของมูลค่าคู่เงินได้จากการอ่านสัญญาณที่ปรากฏในกราฟราคา หรือที่นิยมเรียกกันว่า Price Action ซึ่งผลลัพธ์จะแม่นยำเพียงใดขึ้นอยู่กับการพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมกันอย่างรอบคอบ เช่น ข่าวสารเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน รวมทั้งอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคต่างๆ และการเลือกความยาวของห้วงเวลาสังเกตการณ์ หรือ Time Frame ซึ่งที่นิยมใช้ ได้แก่ TFDaily—รายวัน, TF4H—4 ชั่วโมง, TF1H—1 ชั่วโมง โดยหากเลือกสังเกตการณ์ในห้วงเวลาที่สั้นเกินไป (เช่น สั้นกว่า TF 1H) ก็จะยิ่งมีโอกาสทำให้การพยากรณ์แนวโน้มในภาพรวมผิดพลาดได้มากขึ้น

            สำหรับรูปแบบกราฟสำคัญที่บ่งบอกการกลับแนวโน้มราคาได้ค่อนข้างแม่นยำ มี 6 แบบที่พบเห็นได้บ่อย ดังนี้

1. Head & Shoulders

            ราคาเคลื่อนไหวโดยเกิดการสวิง 2 ครั้งที่ระดับใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน (shoulders) โดยที่ในห้วงระหว่างการสวิงนี้ มีการทำราคาสูงกว่า หรือ ต่ำกว่าระดับ shoulders ดังกล่าว คือ

… หากเป็นการทำราคาสูงกว่าระดับ shoulders จะหมายถึงสัญญาณกลับแนวโน้มเป็นขาลง (Bearish) …

… ในทางตรงข้ามหากทำราคาต่ำกว่าระดับ shoulders จะหมายถึงสัญญาณกลับแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Bullish) …

2. Over & Under (หรือ Quasimodo)

            มีรูปแบบคล้ายกับ Head & Shoulders เพียงแต่การสวิง 2 ครั้งของระดับ shoulders มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ

… กรณีเป็น Bearish Quasimodo ระดับราคาที่จุดสวิงครั้งแรกจะอยู่สูงกว่าจุดสวิงครั้งที่ 2 และระหว่างจุดสวิง 2 ครั้งดังกล่าวเกิดการทำราคาที่สูงกว่า shoulders

… กรณีเป็น Bullish Quasimodo ระดับราคาที่จุดสวิงครั้งแรกจะอยู่ต่ำกว่าจุดสวิงครั้งที่ 2 และระหว่างจุดสวิง 2 ครั้งดังกล่าวเกิดการทำราคาที่ต่ำกว่า shoulders

3. Descending Triangle / Ascending Triangle

… Descending (สามเหลี่ยมชี้ลง)มีการสวิงต่อเนื่องกันโดยที่ระดับราคาสูงสุดขยับต่ำลงเรื่อยๆ (เกิด Lower High โดยมีแนวรับคงที่) เป็นสัญญาณแสดงถึงแนวโน้มขาลง

… Ascending (สามเหลี่ยมชี้ขึ้น)มีการสวิงต่อเนื่องกันโดยที่ระดับราคาต่ำสุดขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ (เกิด Higher Low โดยมีแนวต้านคงที่) เป็นสัญญาณแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น

4. Double Top / Double Bottom

            คือ รูปแบบที่เกิดการสวิงขึ้นและลงสลับกัน รวม 3 ครั้ง …โดยหากสวิงขึ้น 2 ครั้ง และสวิงลง 1 ครั้ง แต่ราคาไม่สามารถแข็งค่าขึ้นพ้นแนวต้าน เรียกว่า Double Top (เป็นสัญญาณบ่งบอกแนวโน้มขาลง) … และกรณีที่ราคาสวิงลง 2 ครั้ง และสวิงขึ้น 1 ครั้ง แต่ไม่อ่อนค่าต่ำลงกว่าแนวรับ เรียกว่า Double Bottom (เป็นสัญญาณบ่งบอกแนวโน้มขาขึ้น)

5. Bearish Rectangle / Bullish Rectangle

            คือ การที่ราคาสวิงขึ้นและลงสลับกันต่อเนื่องหลายครั้ง หลังจากตลาดมีการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ขนาดใหญ่ โดยที่ห้วงการสวิงดังกล่าวนั้นราคาไม่สามารถทะลุออกจากกรอบแนวต้าน-แนวรับ จนเกิดรูปกราฟราคาแบบสี่เหลี่ยมแนวตรง ซึ่งแปลความหมายได้ 2 กรณี คือ

… Bearish Rectangle จะเกิดขึ้นตามหลังเทรนด์ขาลงขนาดใหญ่ในตลาด

… Bullish Rectangle จะเกิดขึ้นตามหลังเทรนด์ขาขึ้นขนาดใหญ่ในตลาด

6. Bearish Flag / Bullish Flag

            ราคาสวิงขึ้นและลงสลับกันต่อเนื่องหลายครั้งหลังจากตลาดมีการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ขนาดใหญ่ และมีลักษณะเป็นรูปกราฟสี่เหลี่ยมคล้ายกับ Bullish Rectangle / Bearish Rectangleเพียงแต่กรอบแนวต้าน-แนวรับ มีการทำระดับ Lower High หรือ Higher Low จนทำให้เกิดแนวเฉียง คือ

… Bearish Flag สี่เหลี่ยมเฉียงขึ้น (แนวต้าน-แนวรับขยับขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิด Higher high และ Higher low) ตามหลังเทรนด์ขาลงในตลาด

… Bullish Flag สี่เหลี่ยมเฉียงลง (แนวต้าน-แนวรับขยับลงเรื่อยๆ เพราะเกิด Lower high และ Lower low) ตามหลังเทรนด์ขาขึ้นในตลาด

(อ่านต่อที่ บทที่ 17 : Price Pivot Zone คืออะไร)