Home Courses บทที่ 12 : คำสั่งเทรดใน MT4

บทที่ 12 : คำสั่งเทรดใน MT4

240
0

ในโปรแกรม MT4 จะแบ่งหมวดหมู่คำสั่งเทรดเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. Instant Execution และ Market Execution

คือ คำสั่งที่จะมีผลทันที ณ ราคาตลาดในเวลานั้นๆ มี 2 คำสั่ง ได้แก่

            1.1 คำสั่ง Buy by Market คือ การส่งคำสั่ง Buy คู่เงินที่ราคา Ask price ในขณะนั้น

            1.2 คำสั่ง Sell by Market คือ การส่งคำสั่ง Sell คู่เงินที่ราคา Bid price ในขณะนั้น

2. Pending order

คือ คำสั่งแบบมีเงื่อนไขเวลา ซึ่งจะมีผลก็ต่อเมื่อราคามีการเคลื่อนไหวตรงตามที่ผู้เทรดกำหนดไว้ โดยที่ระบบจะส่งคำสั่งให้อัตโนมัติ ทั้งนี้ เนื่องจากค่าเงินมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา จึงมีการออกแบบคำสั่งเทรด Forex ที่ทำให้ผู้เทรดสามารถตั้งค่าล่วงหน้าว่าจะ Buy หรือ Sell เมื่อมูลค่าของคู่เงินเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ต้องการ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ Stop order และ Limit order

คำสั่ง Stop orders :

            2.1 Buy stop คือ กำหนดให้ระบบส่งคำสั่ง Buy เมื่อคู่เงินแข็งค่าขึ้นไปถึงระดับที่ต้องการ (คาดว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นต่อ … กำหนดจุดเข้าซื้อ หรือ Long ที่ระดับที่สูงกว่า Ask price ปัจจุบัน)

            2.2 Sell stop คือ กำหนดให้ระบบส่งคำสั่ง Sell เมื่อคู่เงินอ่อนค่าลงมาถึงระดับที่ต้องการ (คาดว่าตลาดจะเป็นขาลงต่อ … กำหนดจุดขาย หรือ Short ที่ระดับที่ต่ำกว่า Bid price ปัจจุบัน)

คำสั่ง Limit orders :

            2.3 Buy limit คือ กำหนดให้ระบบส่งคำสั่ง Buy เมื่อคู่เงินอ่อนค่าลง แล้วปรับฐานกลับขึ้นมาถึงจุดที่ต้องการ (กำหนดจุดเข้าซื้อ หรือ Long ที่ระดับที่ต่ำกว่า Ask price ปัจจุบัน)            

            2.4 Sell limit คือ กำหนดให้ระบบส่งคำสั่ง Sell เมื่อคู่เงินแข็งค่าขึ้น แล้วปรับฐานกลับลงไปถึงจุดที่ต้องการ (กำหนดจุดขาย หรือ Short ที่ระดับที่สูงกว่า Bid price ปัจจุบัน

ตัวอย่างของการใช้คำสั่ง Pending orders

….. ตลาดเป็นขาขึ้น ….. เราสามารถใช้คำสั่ง Buy stop ถ้าคาดว่าราคาจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หรือ ใช้คำสั่ง Buy Limit ถ้าคาดว่าราคาจะปรับฐานลงก่อนแล้วค่อยเป็นขาขึ้นต่อ เช่น สมมติว่าปัจจุบัน EUR/USD = 1.1064

            กรณีคาดว่าตลาดจะยืนยันแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคาขึ้นไปถึงแนวต้าน 1.1135 เราสามารถตั้งค่า Buy stop ไว้ที่ 1.1135 (ระบบจะส่งคำสั่ง Buy ให้อัตโนมัติเมื่อ EUR/USD แข็งค่าขึ้นมาถึงแนวต้าน 1.1135)

            แต่ถ้าคาดการณ์ว่าราคาจะปรับฐานลงมาที่ 1.1014 แล้วกลับขึ้นไปถึง 1.1035 ก่อนจะเป็นขาขึ้นต่อไป … เราจะเปิด Buy limit order ที่ 1.1014 – 1.1035 … (เพื่อให้ Long ได้ในราคาต่ำกว่า 1.1064) … ซึ่งระบบจะส่งคำสั่ง Buy ให้อัตโนมัติ เมื่อราคาลงไปที่ 1.1014 แล้วกลับขึ้นมาที่ 1.1035 (แต่ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขนี้คำสั่งจะไม่มีผล)

….. ตลาดเป็นขาลง ….. เราสามารถใช้คำสั่ง Sell stop ถ้าคาดว่าราคาจะอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หรือ ใช้คำสั่ง Sell Limit ถ้าคาดว่าราคาจะปรับฐานขึ้นก่อนแล้วค่อยเป็นขาลงต่อ เช่น สมมติว่าปัจจุบัน EUR/USD = 1.1064

            กรณีคาดว่าตลาดจะยืนยันแนวโน้มขาลง เมื่อราคาลงไปถึงแนวรับ 1.1014 เราสามารถตั้งค่า Sell stop ไว้ที่ 1.1014 (ระบบจะส่งคำสั่ง Sell ให้อัตโนมัติเมื่อ EUR/USD อ่อนค่าลงมาถึงแนวรับ 1.1014)

            แต่ถ้าคาดการณ์ว่าราคาจะปรับฐานขึ้นไปที่ 1.1114 แล้วกลับลงมายัง 1.1085 ก่อนจะเป็นขาลงต่อไป … เราจะเปิด Sell limit order ที่ 1.1114 – 1.1085 … (เพื่อให้ Short ได้ในราคาสูงกว่า 1.1064) … ซึ่งระบบจะส่งคำสั่ง Sell ให้อัตโนมัติ เมื่อราคาขึ้นไปที่ 1.1114 แล้วกลับขึ้นมาที่ 1.1085 (แต่ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขคำสั่งจะไม่มีผล)

            *** การตั้งค่า Stop สามารถช่วยประหยัดเวลาในการเฝ้าติดตามตลาด และที่สำคัญคือช่วยลดการสูญเสียจากความผันผวนได้เมื่อเกิดการขาดทุน จึงมีการเรียกว่า “Stop loss” … ซึ่งโดยทั่วไปมักจะนิยมกำหนด Stop loss ไว้ไม่เกิน 10% จากระดับที่ซื้อมา อย่างไรก็ตาม ผู้เทรดสามารถตั้งค่า Stop loss ไว้แตกต่างจากนี้ได้

(อ่านต่อที่ บทที่ 13 : การ Copy เทรด และการเทรดด้วย Bot)